เป็นข่าวครึกโครมอย่างยิ่ง เมื่อคุณระเบียบรัตน์ ออกมาตำหนิละครสวรรค์เบี่ยงที่ให้ตัวละครใช้คำว่า “หน้าตัวเมีย” ซึ่งอ้างถึงความไม่เหมาะสม ลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามสตรี และออกมาคุยในรายการข่าวช่องสามช่วงคุณสรยุทธ์เย็นวันนี้
ดิฉันเลยไปเปิดดูพจนานุกรมดูความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542
หน้าตัวเมีย ความหมาย น.ลักษณะหน้าตาท่าทางคล้ายผู้หญิง,โดยปริยายหมายความว่าใจเสาะ, ขี้ขลาด, ไม่กล้าสู้ (มักพูดเป็นเชิงเหยียดหยามผู้ชาย)
ตามความเห็นของดิฉัน ไม่ใช่ความผิดของผู้จัดละคร เพราะเขาอ้างอิงการใช้คำที่ชาวบ้านใช้กันทั่วไป คำไหนที่คุ้นหูและสื่อความหมายได้ชัดเจนร่วมกัน ถ่ายทอดได้ดี เขาก็เลือกใช้คำนั้น
แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการใช้คำนี้ เพราะการบัญญัติคำนี้มีมานานแล้ว ในอดีตผู้ชายมีบทบาทเป็นผู้นำ การบัญญัติคำด่าผู้ชายที่ไม่สมที่เกิดมาเป็นลูกผู้ชาย ซึ่งผู้ชายสมัยก่อนสังคมคาดหวังว่ามีศักดิ์ศรี มีบทบาทสำคัญ ต้องเป็นสุภาพบุรุษ การใช้คำว่าหน้าตัวเมีย จึงค่อนไปในความหมายไม่สมความเป็นชาย อ่อนแอเหมือนเพศหญิง นั่นเป็นเมื่อก่อน
แต่ปัจจุบันยุคนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้น ทัศนคติไม่ได้สงบปากสงบคำ เงียบ เป็นผู้ฟังและทำตามเหมือนสมัยก่อน การที่ผู้หญิงออกมาพิทักษ์สิทธิของตนก็เป็นสิ่งสมควร เมื่อธรรมชาติของวัฒนธรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับคนในสังคมนั้น หากพัฒนาให้เหมาะกับการใช้ในชีวิตจริง หรือในทางที่ดีขึ้น งอกงามขึ้น
ปัญหาที่ถกเถียงกันตอนนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การใช้ แต่อยู่ที่ความเคยชินว่าเคยใช้มานาน เมื่อเปลี่ยนคำและใช้กันไปนานๆ สิ่งนี้จะไม่เป็นบัญหา
เรื่องนี้ไม่มีใครผิด และเรื่องดังกล่าวก็อาจเป็นอีกกระแสหนึ่งที่จะทำให้คนไทยหันมาใส่ใจในความหมายของคำไทยมากขึ้น ตรองดูว่าใช้ถูกต้องตามความหมายอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ ซึ่งคนในสังคมควรต้องทำข้อตกลงร่วมกัน