เมื่อหลายเดือนที่แล้ว กลับบ้านที่ขอนแก่นมา ตามธรรมดาแล้ว แม่จะทำหน้าที่อับเดทข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในช่วงที่ฉันไม่อยู่ให้ฟัง ตั้งแต่เหตุการณ์สำคัญๆ อย่างเรื่องพัฒนาการของน้อง(คนเล็ก) การเรียนของน้อง(คนกลาง) ญาติ ผู้เฒ่าหลายคนเสียชีวิต เรื่องที่แม่ประทับใจและจดจำไว้เล่าให้ลูกสาวฟัง
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่แม่เล่าให้ฟังแล้วค่อนข่างหดหู่ใจ คือคนรู้จักหลายคนในหลายหมู่บ้านละแวกข้างๆ แต่งงานกับฝรั่ง ที่หดหู่ใจคือ ไม่เห็นมีใครเล่าให้ฟัง หรือว่าสนใจเลยว่าพวกเขารักกันแค่ไหน รู้จักกันได้อย่างไร ต่างมองเฉพาะที่ผลลัพธ์ คือพอแต่งแล้วได้บ้านหลังใหญ่ มีรถขับ มีกิจการอะไรมากมาย มีเงินเดือนใช้ บางทีคนแถวนั้นอาจไม่สนใจว่ามันต้องแลกด้วยอะไรบ้าง บางครั้งแม่ก็แกล้งยุให้เราหาให้ได้อย่างนั้น (คงพูดเล่นๆ แกล้งให้เราฮาละมั้ง) ก็บอกแม่ไปว่ารสนิยมของเราน่าจะเป็นคนไทย หรือไม่แต่งงาน เลี้ยงตัวเองให้ได้ ดูแลครอบครัวเราได้เองโดยไม่ต้องไปพึ่งพาใครมันง่ายกว่าหาสามีฝรั่ง 55
เมื่อลองมาอ่านบทความ หรือหนังสือพิมพ์ มันเห็นภาพชัดกว่าข่าวที่รู้จากแม่ ว่าสาวๆ ชาวอีสาน นิยมแต่งงานกับเขยฝรั่งกันยกหมู่บ้านเลย และบางหมู่บ้านก็มีประปราย ซึ่งเพิ่มปริมาณมากขึ้นจากหลายปีที่แล้วอย่างรวดเร็ว ฮิตไม่ฮิตอย่างไรก็มีพอกเก็ตบุควิธีการหาผัวฝรั่ง ออกมาแนะนำกัน อย่างเดือนที่แล้วไปนั่งกินข้าวถนนพระอาทิตย์ยังเห็นมาแล้วกับตาในบางกระบวนการ แต่ถ้าจะให้เล่าอาจต้องจัดเรตติ้ง(การจัดระดับความเหมาะสม 555)
อันที่จริงหากคนรักกัน หรือจะแต่งงานกันด้วยความรัก ก็เป็นเรื่องของเขา แต่ค่านิยมเรื่องความมั่งมี มีบ้าน มีรถ สิ่งอำนวยความสะดวกแบบคนเมือง เป็นตัวกระตุ้นให้ทำเช่นนั้น การอยู่อย่างเรียบง่ายกับธรรมชาติเหมือนตอนเด็กๆ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนชนบททุกวันนี้พอใจก็เป็นได้ หรืออาจจะมีเหตุผลที่มันมากกว่านั้นที่เราไม่รู้ วันก่อนเผอิญไปอ่านเจอบทความงานวิจัยที่ว่าทำไมผู้หญิงไทยชนบทนิยมมีสามีฝรั่ง [...]
ประวัติเอกสารสำหรับ มกราคม, 2008
ทุนนิยม กับ ชนบท : ตอน สามีฝรั่ง ตามสมัยนิยม
Posted in วิถีชีวิต, สังคม, แท็ก ค่านิยม, สามีฝรั่ง on มกราคม 28, 2008 | Leave a Comment »
ย้อนอดีต
Posted in ความรัก, วิถีชีวิต on มกราคม 19, 2008 | Leave a Comment »
เมื่อตอนเย็นๆ ได้ดูหนังเรื่องหนึ่ง ไม่รู้ชื่อเรื่องอะไร ทำให้มาคิดอะไรต่อนิดหน่อย หนังเรื่องมีนี้เนื้อเรื่องย้อนกลับไปกลับมา เหมือนกับคนบางคนที่อยากกลับไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากที่สุดในอดีต ในหนังสามีอยากกลับไปให้ทันดูใจภรรยา และอยู่กับเธอ ทำให้เธอมีความสุขในช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิต หลังจากที่ไม่เข้าใจกันเรื่องที่ผู้ชายเดินไปข้างหน้า แต่ผู้หญิงเดินช้าอยู่ข้างหลัง
การย้อนกลับไปกลับมา ระหว่างความจริงกับสิ่งที่อยากกลับไปทำในอดีต เพื่อปลอบประโลมใจตัวเอง ให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในปัจจุบัน สามารถทำให้ประทับใจได้ แม้จะรู้ว่าตีมหนังมันอาจจะน้ำเน่า แต่ละครน้ำเน่าก็มีส่วนสะท้อนชีวิตจริง ดูหนังเรื่องนี้จบเล่นเอาซึมไปเลย
บางทีก็นึกอิจฉาผู้หญิงคนนั้น ที่สามารถทำให้คนคนหนึ่งอยากกลับไปทำให้เธอมีความสุข แม้เพียงช่วงสั้นๆ ของชีวิตก็ตาม อีกความรู้สึกคือถ้าจุดสิ้นสุดของชีวิตมาถึงจริงๆ ก็อยากทำช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตที่มีเหลืออยู่น้อย ทำให้คนที่เรารักมีความสุข
ในหนังผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าตัวเองจะสามารถอยู่ได้นานกี่วัน ซึ่งวันที่เหลือเธอสามารถทำให้เป็นวันแห่งความสุขอย่างที่สุขในทุกเรื่อง
ในชีวิตจริงเราไม่รู้แม้กระทั่งว่า เราจะสามารถมีชีวิตได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะพรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง เรามองเห็นได้เพียงอดีตที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น หรือกระทั่งคำนวณได้ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่ในบางครั้งเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ทั้งหมด
ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำคือจัดการกับความรู้สึกที่บั่นทอนจิตใจ แล้วถ้าคิดเสมอว่าอาจไม่มีพรุ่งนี้แล้ว วันนี้สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้ และที่อยากทำคืออะไร เพื่อการไม่ต้องร่ำไห้อยากกลับไปแก้ไขอดีต ที่มักสะท้อนให้เห็นในหนังหลายๆ เรื่อง
แต่บางทีคนเราทั้งๆ ที่รู้ว่าควรทำอย่างไร บางครั้งก็ทำอย่างที่คิดไม่ได้ทั้งหมด ทำให้เราเห็นว่าความหวัง หรือสิ่งที่เราคิดอาจไม่เกิดขึ้น เมื่อปัจจัยต่างๆ เปลี่ยนไป หรือไม่สามารถควบคุมได้ หากทำได้อย่างที่คิด คือความสมหวัง หากไม่เป็นตามนั้นก็คือความผิดหวัง นอกจากนั้นอาจเป็นความไม่แน่ใจ ความไม่แน่นอน
เรื่องที่เป็นไปไม่ได้คือการย้อนกลับไปแก้ไขอดีต การหยุดอายุขัย การเรียกคืนของที่ทำแตก เพราะ ของทุกอย่างมีช่วงเวลาของมัน เป็นช่วงเวลาพิเศษที่แม้ว่าทำใหม่ในตอนนี้ [...]
congratulations to yea
Posted in ไดอารี on มกราคม 14, 2008 | Leave a Comment »
18 พ.ย.50 ที่ผ่านมา ณ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ บรรดาเพื่อนๆเทคโนรุ่น 19 หอบหิ้วกันไปแสดงความยินดีกับบัณฑิตแย้ อันประกอบไปด้วย บี มิ้นต์ ตุ๊ก และพี่น้อย ซึ่งเป็นพี่ชมรมซอท์ฟบอลของเรา กะ แย้ แต่เพื่อนๆพวกนี้เรียกว่าชมรมนรก (เดี๋ยววันหลังเล่าเรื่องชมรมให้ฟังค่ะ) รวมเราด้วยเป็น 5 คน นัดปรากฏตัวพร้อมกันที่ เดอะ มอลล์ งามวงศ์วาน เวลา 9.00 น. จากนั้นอัดแน่นไปด้วยกันในรถแทกซี่คันเดียว ทันถ่ายรูป และส่งแย้เข้าหอประชุม ยังไงก็ยินดีด้วยนะเพื่อน บัณทิตแย้.
บันทึกแรก อ่าวมะนาว
Posted in ไดอารี on มกราคม 14, 2008 | 3 Comments »
เริ่มชีวิตทำงานครั้งแรกที่นี่ สองปีแห่งการเติบโตทั้งเรื่องประสบการณ์ทำงาน ประสบการณ์ชีวิต มิตรภาพ กับเส้นทางที่เราเลือกเดิน ครั้งแรกของการรู้จักผู้คนร่วมองค์กร บนริมหาดประจวบคีรีขันธ์ อ่าวมะนาว ที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรา….
ปล.มีเพื่อนเข้ามาแซวว่า ทำงานที่อ่าวมะนาวหรือ ก็กำลังรอให้มีคนถามอยู่ (อิๆ) ตอนนี้มาสัมมนานอกสถานที่กับพี่ มพด. รู้สึกเหมือนมารับน้อง ตอนนี้ยังอยู่ ยุทธศาสตร์สื่อเด็กอยู่เลยค่า เริ่มงานครั้งแรกก็ที่นี่หล่ะ
ในคำจริง
Posted in กวี on มกราคม 14, 2008 | Leave a Comment »
บันทึกเรื่องหนึ่ง คำประพันธ์ลึกซึ้งกินใจ
ห้วงภาพฉาบฉาย ประหนึ่งในฝัน
ฉันอยากจับต้อง สัมผัสภาพนั้น
ได้แต่ร่ำรำพัน พรากภาพจางหาย
คล้ายว่าห้วงใจ จะแตกสลาย
กอดประคอง เกรงจะมลาย ไว้ในอ้อมแขน
หากไม่ซึ้ง หรืออุ่นไอ ยังต้องเสาะค้นไปทั่วดินแดน
ใครอื่นหมื่นแสน หรือจึงตรึงใจ
ทำได้เพียง รัก ห่วง เอาใจใส่
ต้องใช้คำหวานเช่นไร จึงจะได้ใจนั้นมา
คำจริง ไม่รื่นหู ไร้สิ้นมารยา
จริงใจแม้ในภาษา สะท้อนผ่านม่านเครือ
แม้อยู่แดนดินใด ยังสถิตย์ในความเชื่อ
ยังคงโอบกอด เก็บแม้รักคลุมเครือ เพื่ออิงแอบแนบใจ
หวังไว้ ไม่ว่าวันใด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ก็คงไม่เดียวดาย และไม่มีวันพรากจาก
…………………………………………………………………………
สำรวจใจ
Posted in ความรัก on มกราคม 13, 2008 | Leave a Comment »
มันยากที่จะค้นหาว่า เรารู้สึกอย่างไร และต้องการอะไรในตอนนี้ ในเรื่องของความรัก
อาจยากกว่าตอนที่คิดจะรัก และเลิกรัก ซึ่งอาจฟันธงได้ว่าใช่หรือไม่ ได้หรือไม่ ต้องการหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วต้องการอะไร?
บางที คำตอบของวันพรุ่งนี้อาจไม่ตรงกับวันนี้ และเมื่อวาน คาดหวังอะไรไม่ได้ เราไม่อาจรู้ได้เลย นอกจากการเตรียมใจยอมรับ
บางที การฝากความรู้สึกของเราเอาไว้กับใคร เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เขาจะใส่ใจ และทะนุถนอมมันเอาไว้อย่างที่เราคาดหวัง
เช่นนั้น เราคงต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอ ให้ดูแลความรู้สึกของตัวเองให้ดี และใส่ใจ ให้มากกว่าการไปคาดหวังจากใคร ที่เราคิดไปเองว่าเขารักเรา มันคงเจ็บปวด หากมีอะไรมากระทบให้หวั่นไหว
เราคงต้องค้นหาในนิยามที่เราอยากให้เป็นจริงๆ มากกว่านิยามของความคาดหวัง และความใฝ่ฝัน ความจริงไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ
บางทีเราอาจค้นพบ ในสิ่งที่คิดว่าเป็นจุดยืนสำหรับเรื่องนี้ มากกว่าการที่เราต้องเผชิญมันอย่างยากลำบากในตอนไม่ทันตั้งรับ
…กำแพงบางๆ ที่เคยใช้ปิดกั้นใจ ออกจากความทุกข์ใดใดที่เคยสร้าง อาจต้องถูกนำมาใช้อีกครั้ง การสงบสติอารมณ์อยู่กับตัวเอง อาจเป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่เพียงทบทวน และสำรวจเท่านั้น คงต้องมีปราสาทที่แข็งแรง ปลอดภัยสำหรับหัวใจที่บอบบางนี้
ที่สุดแล้วสิ่งที่มีเหลืออยู่คือตัวเองเท่านั้น?